วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

WEEK 9 มาแต่งตัวกันเถอะ


การแต่งตัวเป็นสิ่งสำคัญมากๆ โดยเฉพาะ สาวๆ ที่อยาก สูง ขาว สวย หุ่นนางแบบ แต่งตัวแบบไหนก็ดูดีไปหมด แต่ก็ไม่ทุกคนที่จะมีรูปร่างที่ perfect นะคะ เพราะว่ารูปร่างของคนเรามีหลายรูปแบบ แต่ถ้าเรารู้จักรูปร่างของเราเป็นอย่างดี ก็สามารถแต่งตัวให้ดูดีได้ไม่ยากค่ะ มาดูกันเลยดีกว่าว่า มีรูปร่างแบบไหนบ้าง


                                                                          1.หุ่นทรงลูกแพร์

                                                              

                                       รูปร่าง ส่วนบนกว้างกว่าส่วนล่าง สะโพกกว้างกว่าช่วงไหล่

         ส่วนที่ดูดีที่สุดของร่างกาย ได้แก่ ไหล่ ช่วงตัว และหน้าท้องแบนราบ

           การแต่งตัวที่ทำให้ดูดี ควรเน้นช่วงเอว แขนและไหล่ จะทำให้สะโพกดูเล็กลง





เคล็ดลับในการเลือกเสื้อผ้า

    1.ใส่กระโปรงลายทางเพื่อเป็นการอำพรางสะโพก
    2.ใส่เสื้อสีอ่อนและสีเข้มให้ตัดกัน
    3.เลือกเสื้อที่มีปกคอเป็นแบบเหลี่ยมหรือ cowl necklines
    4.สวมเสื้อที่ไม่มีสายระโยงระยางเพื่อโชว์ส่วนแขน และช่วงตัว
    5.เลือกสวมแจ็คเก็ตที่มีความยาวเหนือเอวขึ้นไป
   6.สวมรองเท้าส้มแหลมเพื่อให้ช่วงขาดูเรียวยาว


สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
     
     - ไม่ใส่เสื้อผ้าที่ดึงความสนใจที่สะโพกและต้นขา เช่น กางเกงคาร์โก และกระโปรงอัดกลีบ 
     -ไม่สวมกางเกงหรือกระโปรงบาน เพื่อทำให้สะโพกดูสมดุล


                                                                        2.หุ่นทรงพีระมิดคว่ำ
                                                              

                 




















                   รูปร่าง ไหล่และหน้าอกกว้างกว่าช่วงสะโพก 

           ส่วนที่ดูดีที่สุดในร่างกาย คือ ส่วนขา
                   
               การแต่งตัวที่ทำให้ดูดี ใส่เสื้อผ้าที่ช่วยอำพรางช่วงอกให้ดูเล็กลง เน้นสนใจไปที่สะโพกแทน


เคล็ดลับในการเลือกเสื้อผ้า
     1.สวมเสื้อผ้าที่เน้นช่วงสะโพก
     2.ใส่เสื้อผ้าให้ท่อนล่างมีสีสันสดใส
     3.สวมเสื้อแขนประมาณข้อศอก หรือคอวี ซึ่งจะช่วยนำสายตามไปสู่ท่อนล่างของร่างกายได้
     4.เลือกใส่กระโปรงบานเพื่อให้รูปร่างดูสมดุล หรือกระโปรงที่แนบลำตัวเพื่อเน้นช่วงสะโพก

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
      -ไม่สวมเสื้อคอกว้างหรือคอปาด ที่เน้นจุดสนใจไปยังช่วงไหล่จะทำให้ไหล่ดูกว้าง
      -ไม่สวมเสื้อที่มีกระเป๋าเสื้อ หรือของประดับตกแต่งท่อนบนมากเกินไป
      -ไม่สวมเสื้อที่โชว์ตะเข็บหรือระบายที่คอ
      -ไม่สวมเสื้อที่มีจีบระบายรอบตัว
      -ไม่สวมกระโปรงสั้น และกระโปรง กางเกงทรงกระสอบ ที่ทำให้ท่อนล่างดูเล็ก จะทำให้ท่อนบนยิ่งดูใหญ่

                                                                     3.หุ่นทรงสี่เหลี่ยม

                                                          

                           รูปร่าง สี่เหลี่ยมจะมีช่วงเอวและสะโพกที่เท่ากัน เอวไม่ค่อยคอด มักมีรูปร่างบาง
                                                ส่วนที่ดูดีที่สุดในร่างกาย คือ ส่วนแขนและขา 

                                   ที่สำคัญคือไม่ต้องอำพรางจุดใดจุดหนึ่งของร่างกายเลย
                            เพียงแต่เลือกเสื้อผ้าที่เน้นช่วงเอว และอวดเรียวแขนเรียวขาของคุณ


เคล็ดลับในการเลือกเสื้อผ้า
      1.สวมเสื้อยืดคอผ่า มีจีบระบาย หรือมีของประดับประดาที่คอเสื้อ เพื่อดึงจุดสนใจมาที่ส่วนบนของร่างกาย
     2.เลือกสวมแจ็คเก็ต หรือเสื้อคลุมที่ชายเสื้อตกลงที่ช่วงเอวพอดี
     3.เลือกสวมเสื้อผ้าที่มีกระเป๋าหลัง ตัดเย็บโชว์ตะเข็บ และมีลูกไม้ประดับ ที่บริเวณอกและสะโพก
     4.เลือกใส่กระโปรงทรงเอวลีบชายกระโปรงบาน (flared skirt) กระโปรงจีบรอบ จะช่วยให้เอวดูเล็กลง
     5.สำหรับสาวๆ ที่มีความสูงไม่มาก ให้เลือกจับคู่กระโปรงหรือกางเกงขาสั้นกับเสื้อที่มีลวดลายแนวยาว

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง
     -ไม่สวมเสื้อผ้าที่มีลวดลายหรือสีสันตรงช่วงเอว
     -เสื้อผ้าแนวที่ต้องโชว์เข็มขัด
     -เสื้อผ้าทรงกระสอบ


                                                                4.หุ่นทรงพีระมิด

                                                  

                                    รูปร่าง ท่อนล่างกว้างกว่าท่อนบน ช่วงไหล่ค่อนข้างแคบ 
                                           สะโพกผาย ซึ่งรอบสะโพกจะกว้างกว่ารอบอก

                       การเลือกเสื้อผ้าควรเลือกสวมอำพรางท่อนล่างทั้งสะโพกและต้นขาให้ดูเล็กลง
                                                   เน้นท่อนบน เพื่อสร้างความสมดุล


เคล็ดลับในการเลือกกเสื้อผ้า

    1.สวมเสื้อผ้าที่มีรายละเอียดตกแต่งอยู่ที่ท่อนบน เพื่อดึงสายตามายังท่อนบน
    2.สวมเสื้อที่มีปกหรือลูกเล่นที่คออย่างเสื้อคอกว้าง หรือคอปาด
    3.สวมเสื้อท่อนบนให้คลุมทับ หรืออยู่เหนือส่วนที่กว้างที่สุดของสะโพก
    4.เลือกใส่กระโปรงยาวเหนือเข่า หรือปิดเข่าลงมา
    5.อำพรางสะโพกและต้นขาด้วยเสื้อผ้าท่อนล่างสีเข้ม

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

    -ไม่ควรเลือกสวมกระโปรงมีจีบ หรือกางเกงที่มีกระเป๋าหลังโชว์ตะเข็บ จะทำให้สะโพกยิ่งดูใหญ่
    -ไม่ควรเลือกสวมเสื้อที่มีความยาวตกตรงสะโพกพอดี จะทำให้เป็นเน้นที่สะโพกมากไป
    -เสื้อแขนศอก เนื่องจากจะนำสายตาไปยังท่อนล่างของร่างกาย
    -กางเกงหรือกระโปรงที่มีกระเป๋าบริเวณด้านนอกสะโพกแบบที่โชว์ตะเข็บ และมีลวดลายเป็นแถบรอบสะโพก



                                                                5.หุ่นทรงนาฬิกาทราย

                                                         

                                รูปร่าง รอบอกและรอบสะโพกที่เท่ากัน ที่สำคัญ คือ มีเอวที่คอดเว้า

                                                 เป็นรูปร่างที่สาวๆ ใฝ่ฝันเลยทีเดียว

                         การเลือกสวมเสื้อผ้าสำหรับสาวรูปร่างนี้แทบจะไม่มีความยุ่งยากเลย
                              เพียงแค่เลือกสวมเสื้อผ้าที่เน้นโชว์สัดส่วนของร่างกายได้ดี
                                      โดยไม่เน้นให้ส่วนใดส่วนหนึ่งใหญ่เกินความจริง

เคล็ดลับในการเลือกเสื้อผ้า

       1.เลือกสวมเสื้อผ้าที่มีการตกแต่งลวดลาย หรือสีตัดกัน เพื่อเป็นการเน้นรูปร่างได้ชัดเจน
       2.คนที่ไม่สูงมาก การเลือกเสื้อผ้าที่มีลายแนวยาวจะช่วยทำให้คุณดูสูงขึ้นได้
       3.การประดับตกแต่งของเสื้อผ้าท่อนบนและท่อนล่างควรสมดุลกัน
       4.เลือกสวมกางเกงขากระบอก หรือกระโปรงทรงดินสอ
       5.เลือกสวมใส่เสื้อพอดีตัวกับกระโปรงบาน

สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

     -เสื้อผ้าที่เน้นการประดับตกแต่งบริเวณหน้าอก
     -เสื้อผ้าทรงกระสอบที่ปิดบังสัดส่วน
     -คนตัวเล็กต้องเลี่ยงเสื้อผ้าที่มีลวดลายขนาดใหญ่ ลายตารางใหญ่ เสื้อที่หลวมเกินไป และกางเกงหรือกระโปรงที่ยาวจนเกินไป


     ได้ความรู้ไปเยอะเลย เห็นมั้ยคะ ถ้าเรารู้จักรูปร่างของตัวเองก็สามารถแต่งตัวให้สวยแบบที่ฝันไว้ได้ไม่ยากเลย การแต่งตัวให้ดูดีนั้นเป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรแต่งตัวให้ถูกกาลเทศะกันด้วยนะคะ




CREDIT

  http://www.nikaapparel.com/article/1.html


วันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week 8 Review Twitter




          อันยองงง สวัสดีค่ะวันนี้จะมาแนะนำแอพที่ชื่อ Twitter กัน แอพนี้เชื่อว่าหลายๆคนคงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่ก็อยากจะนำมารีวิว แอพนี้สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งใน Play Store และ  iTunes เลย เอาล่ะๆได้เวลาแล้วไปอ่านรีวิวกันดีกว่าค่ะ 


                นี่คือหน้าตาไอคอนของ Twitter นะคะ กดเข้าแอพไปเลยค่ะ 
       หรือถ้าเข้าในเว็บก็พิมพ์ตามนี้เลย  https://twitter.com  (ขอรีวิวเป็นในเว็บนะคะ)



เมื่อกดเข้ามาก็จะเจอหน้าตาแบบนี้ ใครที่มี account แล้วก็ใส่ Username Password ได้เลย
ส่วนใครที่ยังไม่มีก็สมัครสมาชิก


เมื่อ log in เข้ามาก็จะปรากฎหน้าแบบนี้ เรียกว่า หน้าแรก ซึ่งจะมีข่าวสารต่างๆอยู่ในหน้านี้  
ก็เหมือนกันกับ Facebook 


เมื่อกดมาที่แจ้งเตือน (ที่เป็นรูปกระดิ่ง) ก็จะมีการแจ้งเตือนต่างๆ ขึ้นมา 
เช่น คนนี้รีทวีตข้อความที่กล่าวถึงคุณ เป็นต้น


เมื่อกดมาที่ข้อความก็จะมีบทสนทนาที่เราเลยคุย 
ถ้าอยากคุยกับคนอื่นก็สามารถกดข้อความใหม่
ส่วนเครื่องหมายถูก คือทำเครื่องหมายว่าอ่านแล้วทั้งหมด


จากรูปจะเห็นสี่เหลี่ยมสีเขียวๆ กดไปที่ตรงนั้น แล้วเลือก ดูโปรไฟล์
แค่นี้ก็จะเข้าไปหน้าโปรไฟล์ของเราได้


เมื่อเข้ามาหน้าโปรไฟล์ของเราแล้วก็จะเห็นแบบนี้ ซึ่งจะมีสิ่งที่เราทวีตไว้
และถ้าเราอยากจะทวีตอะไรลงไปก็กดตรงสีเหลี่ยมที่มีขนนก




พอกดตรงสี่เหลี่ยมรูปขนนกแล้วก็จะขึ้นช่องแบบนี้ 
เราก็สามารถเขียนสิ่งที่เราอยากจะทวีตลงไปได้
หรือถ้าอยากลงรูปภาพก็กดตรง เพิ่มรูปภาพ
เสร็จแล้วก็กดทวีต


อยากจะ Follow ใครหรือค้นหา account ของใครก็สามารถหาได้จากตรงนี้เลยยยย
อยาก Follow ใครก็คลิกติดตามได้เลยยย


 *****************************************************************************       

ขอขอบคุณ

     https://twitter.com 

ขออภัย  : ภาพเบลอ




         

วันจันทร์ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

Week 7 คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์


     เชื่อว่าหลายๆคนคงเคยได้ยินกับคำว่า เครือข่ายคอมพิวเตอร์ แต่จะมีกี่คนที่รู้ว่าจริงๆแล้วมันคืออะไร ทำหน้าที่ยังไง มาเริ่มทำความรู้จักกันเลยดีกว่าค่ะ

            การที่ระบบเครือข่ายมีบทบาทและความสำคัญเพิ่มขึ้น เพราะไมโครคอมพิวเตอร์ได้รับการใช้งานอย่างแพร่หลาย จึงเกิดความต้องการที่จะเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เหล่านั้นถึงกับเพื่อเพิ่มขีดความสามารถของระบบให้สูงขึ้น เพิ่มการใช้งานด้านต่าง ๆ และลดต้นทุนระบบโดยรวมลง มีการแบ่งใช้งานอุปกรณ์และข้อมูลต่าง ๆ ตลอดจนสามารถทำงานร่วมกันได้    
            การเชื่อมต่อในความหมายของระบบเครือข่ายท้องถิ่น ไม่ได้จำกัดอยู่ที่การเชื่อมต่อระหว่างเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ แต่ยังรวมไปถึงการเชื่อมต่ออุปกรณ์รอบข้าง เทคโนโลยีที่ก้าวหน้าทำให้การทำงานเฉพาะมีขอบเขตกว้างขวางยิ่งขึ้น

คอมพิวเตอร์

อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์หลักๆ

          1. โปรเซสเซอร์ (Processor) นั่นก็คือหน่วยประผลกลางหรือที่รู้จักกันในนามของซีพียู (CPU) นั่นเอง หรือเรียกว่าซิป ซึ่งส่วนนี้มีความสำคัญมากที่สุดของฮาร์ดแวร์ เพราะว่ามีหน้าที่ในการประมวลผลข้อมูลที่ผู้ใช้ป้อนเข้ามา ซึ่งซีพียูนั้นมีรุ่นต่างๆ ออกมาวางขายตามท้องตลาดมากมาย ซึ่งแต่ละรุ่นก็ราคาแตกต่างกันออกไป

         2. หน่วยความจำ (Memory) หรือ RAM นั่นเอง ซึ่ง RAM นั้นเป็นหน่วยความจำหลักที่จำเป็นในการเก็บข้อมูลต่างๆ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าหน่วยความจำสำรองนั่นเอง ก็คือจะเก็บข้อมูลชั่วคราว ซึ่งหน่วยความจำแรมจะทำหน้าที่เก็บชุดคำสั่งและข้อมูลที่ระบบคอมพิวเตอร์กำลังทำงานอยู่ด้วย

       3. ส่วนอินพุต/เอาต์พุต (Input/Output) ก็คืออุปกรณ์ที่ทำให้คอมพิวเตอร์สามารถสัมผัสและรับรู้สิ่งต่าง ๆ เช่น เครื่องอ่านบัตร คีย์บอร์ด เมาส์ สแกนเนอร์ และอุปกรณ์ Output ก็ได้แก่พวก เครื่องพิมพ์ จอภาพ
  
      4. สื่อจัดเก็บข้อมูล (Storage) นั่นก็คือสื่อที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล เช่น ฮาร์ดดิสก์ ที่ใช้ในการเก็บข้อมูลอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ส่วนประกอบของคอมพิวเตอร์ ส่วนอื่นๆ

จอภาพ หรือ monitor เป็นอุปกรณ์การแสดงผลที่สำคัญที่สุด จะเป็นส่วนที่ติดต่อกับผู้ใช้โดยตรง เพราะเราสามารถมองเห็นข้อมูลที่ที่แสดงผลได้โดยผ่านจอภาพ

จอภาพของคอมพิวเตอร์มีอยู่ด้วยกัน 2 แบบ คือ

      จอแบบซีอาร์ที นิยมใช้สำหรับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ
              
      จอแบบแอลซีดี ใช้กับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะและในแบบของโน๊ตบุ๊ค



เคส (case) คือ กล่องหรือโครงสร้างสำหรับเก็บประกอบอุปกรณ์ต่างๆ คอมพิวเตอร์ไว้ภายในนั้น







พาวเวอร์ซัพพลาย (Power Supply) เป็นอุปกรณ์ที่ทำหน้าที่ในการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้กับชิ้นส่วนอุปกรณ์ คอมพิวเตอร์





คีย์บอร์ดหรือแป้นพิมพ์ (Keyboard) เป็นอุปกรณ์พื้นฐานที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะต้องมี เนื่องจากตัวคีย์บอร์ดใช้สำหรับการพิมพ์หรือป้อมข้อมูลต่างลงไปในเครื่องคอมพิวเตอร์

ฮาร์ดดิสก์ (Harddisk) เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับบันทึกข้อมูลหรือเก็บข้อมูลของคอมพิวเตอร์



เมนบอร์ด (Main board) เป็นแผ่นวงจรไฟฟ้าแผ่นใหญ่ที่รวมเอาชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญๆ ไว้ด้วยกัน ซึ่งเป็นส่วนที่ควบคุม การทำงานของ อุปกรณ์ต่างๆ ภายในพีชีทั้งหมด






ซีพียู (CPU) มีหน้าที่ในการประมวลผลหรือเรียกว่าโปรเซสเซอร์หรือชิป เป็นอุปกรณ์ที่มีความสำคัญมากเนื่องจากมีหน้าที่ในการประมวลผลจากการป้อนข้อมูลลงไป




การ์ดแสดงผล (Display Card) หลักการทำงานพื้นฐานของการ์ดแสดงผลจะเริ่มต้นขึ้น เมื่อโปรแกรมต่างๆ ส่งข้อมูลมาประมวลผลที่ ซีพียูเมื่อซีพียูประมวลผล เสร็จแล้ว ก็จะส่งข้อมูลที่จะนำมาแสดงผลบนจอภาพมาที่การ์ดแสดงผล จากนั้น การ์ดแสดงผล ก็จะส่งข้อมูลนี้มาที่จอภาพ ตามข้อมูลที่ได้รับมา การ์ดแสดงผลรุ่นใหม่ๆ ที่ออกมาส่วนใหญ่ ก็จะมีวงจร ในการเร่งความเร็วการแสดงผลภาพสามมิติ และมีหน่วยความจำมาให้มากพอสมควร





เมาส์ (Mouse) จะเป็นอุปกรณ์ที่ให้ความรู้สึกที่ดีต่อการใช้งาน ช่วยให้การใช้งานง่ายขึ้นด้วยการใช้เมาส์เลื่อนตัวชี้ไปยังตำแหน่งต่าง ๆ บนจอภาพ หรือเรียกง่ายๆ ว่าตัวชี้ตำแหน่งนั่นเอง ในขณะที่สายตาจับอยู่ที่จอภาพก็สามารถใช้มือลากเมาส์ไปมาได้ ระยะทางและทิศตจะสัมพันธ์และเป็นไปในแนวทางเดียวกับการเลื่อนเมาส์


แรม (RAM)เป็นหน่วยความจำของระบบ มีหน้าที่รับข้อมูลเพื่อส่งไปให้ CPU ประมวลผล แรมเป็นหน่วยความจำหลักของระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งจะเก็บข้อมูลเมื่อมีกระแสไฟหล่อเลี้ยงเท่านั้น โดยถ้าเกิดไฟฟ้ากระพริบ หรือดับ ข้อมูลที่ถูกบันทึกไว้ในหน่วยความจำจะหายไปทันที


                                                        


D Drive / DVD Drive / CD-RW Drive / DVD-RW Drive เป็นไดรฟ์ สำหรับอ่านข้อมูลจากแผ่นซีดีรอม หรือดีวีดีรอม ซึ่งถ้าหากต้องการบันทึกข้อมูลลงบนแผ่นจะต้องใช้ไดรฟ์ที่สามารถเขียนแผ่นได้


                                                           



CD-ROM / DVD-ROM ภายในซีดีรอม หรือดีวีดีรอมจะแบ่งเป็นแทร็กและเซ็กเตอร์เหมือนกับแผ่นดิสก์ แต่เซ็กเตอร์ในซีดีรอม หรือดีวีดีรอมจะมีขนาดเท่ากัน ทุกเซ็กเตอร์ ทำให้สามารถเก็บข้อมูลได้มากขึ้น




ความหมายของระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์(Computer Network)
     
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image002.jpg        การนำคอมพิวเตอร์มาต่อเข้าด้วยกัน โดยอาศัยช่องทางการสื่อสารข้อมูลเพื่อแลกเปลี่ยนข่าวสารระหว่างคอมพิวเตอร์ และการใช้ทรัพยากรระบบร่วมกัน (Shared Resource) มีองค์ประกอบที่สำคัญ เพื่อเชื่อมต่อเป็นเครือข่ายคอมพิวเตอร์   ได้แก่ คอมพิวเตอร์แม่ข่าย (File Server) ช่องทางการสื่อสาร (Communication Chanel) สถานีงาน (Workstation or Terminal) และ อุปกรณ์ในเครือข่าย (Network Operation System)





คอมพิวเตอร์แม่ข่าย หมายถึง

        คอมพิวเตอร์ ที่ทำหน้าที่เป็นผู้ให้บริการทรัพยากร (Resources) ต่าง ๆ ซึ่งได้แก่ หน่วยประมวลผล หน่วยความจำ หน่วยความจำสำรอง ฐานข้อมูล และ โปรแกรมต่าง ๆ เป็นต้น ในระบบเครือข่ายท้องถิ่น (LAN) มักเรียกว่าคอมพิวเตอร์แม่ข่าย ในระบบเครือข่ายระยะไกล ที่ใช้เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ หรือ มินิคอมพิวเตอร์เป็นศูนย์กลางของเครือข่าย เรานิยมเรียกว่า 
Host Computer และเรียกเครื่องที่รอรับบริการว่าลูกข่ายหรือสถานีงาน


ช่องทางการสื่อสาร หมายถึง
      
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image004.jpg        สื่อกลางหรือเส้นทางที่ใช้เป็นทางผ่าน ในการรับส่งข้อมูล ระหว่างผู้รับ (Receiver) และผู้ส่งข้อมูล (Transmitter) ปัจจุบันมีช่องทางการสื่อสาร สำหรับการเชื่อมต่อเครือข่าย คอมพิวเตอร์มีหลายประเภทคือ สายโทรศัพท์แบบสายคู่ตีเกลียวไม่มีฉนวนหุ้ม (UTP) สายคู่ตีเกลียว แบบมีฉนวนหุ้ม (STP) สายโคแอคเชียล สายใยแก้วนำแสง คลื่นไมโครเวป และดาวเทียม เป็นต้น





สถานีงาน (Workstation or Terminal) หมายถึง

          อุปกรณ์หรือเครื่องไมโครคอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่อ กับเครือข่ายคอมพิวเตอร์ ทำหน้าที่เป็นสถานีปลายทางหรือสถานีงาน ที่ได้รับการบริการจากเครื่อง คอมพิวเตอร์แม่ข่าย เรียกว่าเป็นคอมพิวเตอร์ลูกข่าย (Workstation) ในระบบเครือข่ายระยะใกล้ มักมีหน่วยประมวลผล หรือซีพียูของตนเอง ในระบบที่ใช้เครื่องคอมพิวเตอร์เมนเฟรม เป็นศูนย์กลาง เรียกสถานีปลายทางว่าเทอร์มินอล (Terminal) ประกอบด้วยจอภาพและแป้นพิมพ์เท่านั้น ไม่มีหน่วยประมวลกลางของตัวเอง ต้องใช้หน่วยประมวลผลของคอมพิวเตอร์ศูนย์กลางหรือ Host


อุปกรณ์ในเครือข่าย

http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image006.jpg
การ์ดเชื่อมต่อเครือข่าย (Network Interface Card :NIC)  หมายถึง แผงวงจรสำหรับ ใช้ในการเชื่อมต่อสายสัญญาณของเครือข่าย ติดตั้งไว้ในเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็นเครื่องแม่ข่าย และเครื่องที่เป็นลูกข่าย หน้าที่ของการ์ดนี้คือแปลงสัญญาณจากคอมพิวเตอร์ส่งผ่านไปตามสายสัญญาณ ทำให้คอมพิวเตอร์ในเครือข่ายแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันได้



โมเด็ม ( Modem : Modulator Demodulator) หมายถึง อุปกรณ์สำหรับการแปลงสัญญาณดิจิตอล (Digital) จากคอมพิวเตอร์ด้านผู้ส่ง เพื่อส่งไปตามสายสัญญาณข้อมูลแบบอนาลอก(Analog) เมื่อถึงคอมพิวเตอร์ด้านผู้รับ โมเด็มก็จะทำหน้าที่แปลงสัญญาณอนาลอก ให้เป็นดิจิตอลนำเข้าสู่เครื่องคอมพิวเตอร์ เพื่อทำการประมวลผล โดยปกติจะใช้โมเด็มกับระบบเครือข่ายระยะไกล โดยการใชสายโทรศัพท์เป็นสื่อกลาง เช่น เครือข่ายอินเทอร์เน็ต เป็นต้น
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/image008.jpg




http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/010.jpgฮับ ( Hub) คือ อุปกรณ์เชื่อมต่อที่ใช้เป็นจุดรวม และ แยกสายสัญญาณ เพื่อให้เกิดความสะดวก ในการเชื่อมต่อของเครือข่ายแบบดาว (Star) โดยปกติใช้เป็นจุดรวมการเชื่อมต่อสายสัญญาณระหว่าง File Server กับ Workstation ต่าง ๆ






ซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย

                 
http://www.piacec.moe.go.th/~epower/ITF/menu/5_files/312.jpg



               หมายถึง ซอฟต์แวร์ที่ทำหน้าที่ จัดการระบบเครือข่ายของคอมพิวเตอร์ เพื่อให้คอมพิวเตอร์ ที่เชื่อมต่ออยู่กับเครือข่าย สามารถติดต่อสื่อสาร แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้อย่างถูกต้อง และมีประสิทธิภาพ ทำหน้าที่จัดการด้านการรักษาความปลอดภัย ของระบบเครือข่าย และยังมีหน้าที่ควบคุม การนำโปรแกรมประยุกต์ ด้านการติดต่อสื่อสาร มาทำงานในระบบเครือข่ายอีกด้วย นับว่าซอฟต์แวร์ระบบปฏิบัติการเครือข่าย มีความสำคัญต่อเครือข่ายคอมพิวเตอร์อย่างยิ่ง ตัวอย่าง ซอฟต์แวร์ประเภทนี้ได้แก่ ระบบปฏิบัติการ Windows NT , Linux , Novell Netware , Windows XP ,Windows 2000 , Solaris , Unix เป็นต้น



                                       โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ (TOPOLOGY)

1. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบบัส (bus topology)
             

http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/bus_topology.jpg


               ประกอบด้วย สายส่งข้อมูลหลัก ที่ใช้ส่งข้อมูลภายในเครือข่าย เครื่องคอมพิวเตอร์แต่ละเครื่อง จะเชื่อมต่อเข้ากับสายข้อมูลผ่านจุดเชื่อมต่อ เมื่อมีการส่งข้อมูลระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์หลายเครื่องพร้อมกันจะมีสัญญาณข้อมูลส่งไปบนสายเคเบิ้ลและมีการแบ่งเวลาการใช้สายเคเบิ้ลแต่ละเครื่อง 

ข้อดี  

           ใช้สื่อนำข้อมูลน้อย ช่วยให้ประหยัดค่าใช้จ่าย และถ้าเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งเสียก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบโดยรวม 

ข้อเสีย

           การตรวจจุดที่มีปัญหา กระทำได้ค่อนข้างยาก และถ้ามีจำนวนเครื่องคอมพิวเตอร์ในเครือข่ายมากเกินไป จะมีการส่งข้อมูลชนกันมากจนเป็นปัญหา


2. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบวงแหวน (ring topology)
        

http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/ring_topology.jpg


             มีการเชื่อมต่อระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์โดยที่แต่ละการเชื่อมต่อจะมีลักษณะเป็นวงกลม การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายนี้ก็จะเป็นวงกลมด้วยเช่นกัน ทิศทางการส่งข้อมูลจะเป็นทิศทางเดียวกันเสมอ จากเครื่องหนึ่งจนถึงปลายทาง ในกรณีที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องใดเครื่องหนึ่งขัดข้อง การส่งข้อมูลภายในเครือข่ายชนิดนี้จะไม่สามารถทำงานต่อไปได้ 

ข้อดี

          ใช้สายเคเบิ้ลน้อย และถ้าตัดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่เสียออกจากระบบ ก็จะไม่ส่งผลต่อการทำงานของระบบเครือข่ายนี้ และจะไม่มีการชนกันของข้อมูลที่แต่ละเครื่องส่ง

3. โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์แบบดาว (star topology)


http://www.sa.ac.th/elearning/IMAGE6/STAR.JPG


           ภายในเครือข่ายคอมพิวเตอร์จะต้องมีจุกศูนย์กลางในการควบคุมการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ หรือ ฮับ (hub) การสื่อสารระหว่างเครื่องคอมพิวเตอร์ต่างๆ จะสื่อสารผ่านฮับก่อนที่จะส่งข้อมูลไปสู่เครื่องคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นๆ โครงสร้างเครือข่ายคอมพิวเตอร์ 

ข้อดี 

          ถ้าต้องการเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่ก็สามารถทำได้ง่ายและไม่กระทบต่อเครื่องคอมพิวเตอร์อื่นๆ 

ข้อเสีย  

          ค่าใช้จ่ายในการใช้สายเคเบิ้ลจะค่อนข้างสูง และเมื่อฮับไม่ทำงาน การสื่อสารของคอมพิวเตอร์ทั้งระบบก็จะหยุดตามไปด้วย


           ได้ความรู้ไปเพียบเลย ที่จริงเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องใกล้ตัวของเรา แต่เราไม่รู้มาก่อน หรืออาจจะรู้มาบ้างนิดหน่อย หลังจากอ่านเรื่องนี้ไปก็คิดว่าน่าจะช่วยได้ในหลายๆเรื่อง เช่น อาจจะไปเจอในข้อสอบต่างๆ  เป็นต้น ขอบคุณที่อ่านจนจบนะคะ 

************************************************************************************************************
WEEK 7 จบแล้ว เย้เฮท

CREDIT

http://www.school.net.th/library/snet1/hardware/network.html

https://thitipa51.files.wordpress.com/2013/01/business1.jpg

https://sites.google.com/site/non537/home/swn-prakxb-khxng-khxmphiwtexr







วันจันทร์ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2558

WEEK 6 วิเคราะห์ข้อสอบ O-net คอมพิวเตอร์



      ในวันนี้นะคะ เรามีความรู้มาฝากเพื่อนๆกันด้วย โดยมีตัวอย่างข้อสอบ O-net ที่เราต้องใช้สอบมาให้ดูกันค่ะ เอาล่ะ พร้อมแล้ว เริ่มกันเลยล่ะกันเนอะ 

  ข้อ 1 ข้อใดไม่ใช่ระบบปฎิบัติการที่นำมาใช้บนอุปกรณ์พกพาประเภท Smartphone
              ก. Ubuntu
              ข. iPhone OS
              ค. Android
              ง. Symbian


ข้อ 2   ห้องสมุดแห่งหนึ่งต้องการพัฒนาระบบยืมหนังสือโดยสามารถบันทึกข้อมูล การยืมหนังสือบนบัตรอิเลคโทรนิคส์โดยไม่ต้องเขียนด้วยมือ ระบบนี้ควรใช้เทคโนโลยีแบบใด
              ก. Smart card
              ข. Fingerprint
              ค. Barcode
              ง. wifi



ข้อ 3 ผู้ก่อตั้งและผู้สร้างFacebook.com คือใคร
            ก. ฟาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก
            ข. มาร์ค คาลเบิร์ก
            ค. มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก
            ง. มาร์ค คาลเบิร์ก

ข้อ 4 ไฟล์บางประเภทใดในข้อต่อไปนี้เก็บข้อมูลในลักษณะตัวอักษร

           ก.ไฟล์ทาง MP 3
           ข. ไฟล์รูปประเภท JPEG
           ค. ไฟล์แสดงผล หน้าเว็บ( .html)
           ง.ไฟล์วิดิโอประเภท Movie 



ข้อ 5 นักเรียนได้รับประโยชน์จากการใช้งานคอมพิวเตอร์ในด้านใดมากที่สุด

             ก. ด้านการศึกษา ด้านความรู้ ด้านการใช้งาน
             ข. ด้านการเงิน / การธนาคาร
             ค. ด้านความบันเทิง
             ง. ด้านสุขภาพและการออกกำลังกาย



เฉลย

ข้อ 1   เฉลย ก

- อูบุนตู (Ubuntu) มีการเรียกว่า อูบันตู บ้าง เป็นระบบปฏิบัติการคอมพิวเตอร์ที่เป็นระบบปฏิบัติการแบบเปิด ซึ่งมีพื้นฐานบนลินุกซ์(แต่ในปัจจุบัน Ubuntu เปิดตัว ระบบปฏิบัติการที่ใช้งานใน Smartphone แล้วนะคะ)
- iPhone OS เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ในโทรศัพท์ของ ไอโฟน
- Android เป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้ใน แทปเลต Tablet และโทรศัพท์ประเภท smartphone
- Symbian คือ ระบบปฏิบัติการ (Operating System) ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับเทคโนโลยีการสื่อสารแบบ ไร้สาย (Wireless) ช่วยในการส่งข้อมูลของโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นหลัก


ข้อ 2 เฉลย ค

- Smart Card ก็พวกบัตรต่างๆ เครดิต เอทีเอ็ม
- Fingerprint เป็ นระบบแสกนลายนิ้วมือ
- Barcode ก็ใช้เครื่องยิงไปที่แถบบาร์โค๊ดเพื่ออ่านข้อมูลแบบห้องสมุดโรงเรียนเรา
- WiFi คือ ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย

ข้อ 3 เฉลย ค.

         มาร์ค ซัคเกอร์เบิร์ก

ข้อ 4 เฉลย ค

- ไฟล์เสียงได้แก่ .MP3 .avi .wave เป็นต้น ที่นักเรียนฟังเพลงนะน่า
- ไฟล์มัลติมีเดียได้แก่ .mp4 .mpg .avi .mov .wmv พวกไฟล์วีดิโอทั้งหลาย
- ไฟล์ภาพได้แก่ .JPG .Gif .PND ในที่นี้ Gif จะคุณภาพต่ำสุด PND จะคมชัดสุด
- ส่วนไฟล์ HTML เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้ในการเขียนโปรแกรมประเภทเว็ปไซต์


ข้อ 5 เฉลย ก.

        ด้านการศึกษา ด้านความรู้ ด้านการใช้งาน


      จบไปแล้วค่ะสำหรับตัวอย่าง เป็นไงกันบ้างคะ ทำถูกกันไปกี่ข้อเอ่ย ? เห็นมั้ยคะ วิชาคอมพิวเตอร์ที่ดูเหมือนง่ายสำหรับสมัยนี้ แต่ที่จริงแล้วมันยากมากๆเลย อย่าลืมฝึกทำข้อสอบกันเยอะๆนะคะ บายยยย


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
Week 6 จบแล้ว ติ่มซัม


CREDIT 
http://www.kruchiangrai.net/2013/09/20/%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%AA%E0%B8%AD%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%B4%E0%B8%A7%E0%B9%80%E0%B8%95%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C-20%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%AD-%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%AD%E0%B8%A1%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%A2/

http://www.sahavicha.com/UserFiles/Image/o%2022%201157(1).jpg

http://www.wanyai.ac.th/OnetT6.pdf




วันอังคารที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2558

WEEK 5 เพื่อนมนุษย์ผู้น่ารัก









                  
               สุนัขนั้นถือว่าเป็นเพื่อนที่น่ารัก เป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ของมนุษย์เราเสมอ จึงจำเป็นที่จะได้รับการดูแลจากเจ้าของ ไม่ว่าจะเป็นการอาบน้ำ การพาไปเดินเล่น สุขภาพของสุนัข วันนี้เลยมีวิธีการดูแลสุขภาพของสุนัขมาแนะนำกันค่ะ เอาล่ะเริ่มเลยล้ะกันเนอะ ลุยเลยยยย...

วิธีดูแลสุนัขเบื้องต้นที่ควรรู้...

              1.ไม่ควรเลี้ยงสุนัขไว้บนพื้นลื่น เช่นกระเบื้อง หินอ่อนขัด เป็นต้น เพราะจะทำให้ขาสุนัขไม่สวย ขาจะแบะออกคล้ายๆกับว่ายืนได้ไม่มั่นคง





                2. ไม่ควรอาบน้ำให้ลูกสุนัขที่อายุยังไม่ถึง 3 เดือน ถ้ารู้สึกว่าสกปรกใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดขนข้างนอกก็พอ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ อาบน้ำแล้วให้รีบเช็ดและเป่าให้แห้ง เดี๋ยวสุนัขจะเป็นหวัด


                  3. ระวัง ! อย่าให้ลูกสุนัขมุดใต้กรง หรือใต้อะไรที่แข็งและเป็นคาน เพราะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเข้าไปติด ถูกกดทับ หรือเกิดอุบัติเหตุที่ทำให้เส้นหลังเสียได้(กระดูสันหลังจะแอ่น)

                  4. ควรดูแลรักษาปากและฟันของสุนัข อย่าให้กัดแทะของแข็งเกินไป เดี๋ยวฟันไม่แข็งแรงควรหากระดูกเทียมให้สุนัขแทะเล่น เอากระดูกแบบสีขาวและมีฟลูออไรด์ด้วยจะได้ทำความสะอาด ฟันสุนัขไปในตัว




                  5. เมื่อสุนัขเริ่มเป็นหนุ่มสาว(อายุ 7-8 เดือน) อย่าเพิ่งรีบให้ผสมพันธุ์ เพราะสุนัขยังไม่โตเต็มที่ อาจทำให้หยุดการเจริญเติบโตและทำให้ตัวเล็ก แล้วก็อาจจะแท้งหรือให้ลูกที่ไม่สมบูรณ์

                  6. เมื่อเริ่มโต สุนัขจะเริ่มมีขนร่วง ไม่ต้องแปลกใจ เป็นธรรมชาติของสุนัขที่มีการเจริญเติบโต

                 7. อาหารที่ใช้ควรเป็นอาหารเม็ด เพราะสะดวกรวดเร็ว ถ้าให้อาหารธรรมดา (ทำเอง) สุนัขจะเลือกกินแล้วจะไม่กินอาหารเม็ดอย่าให้แทะกระดูกจริงเพราะเดี๋ยวจะไปทิ่มกระเพาะสุนัขและจะติดคอได้ง่าย




                 8. การฉีดวัคซีนและถ่ายพยาธิ ควรทำตามตารางที่สัตว์แพทย์แนะนำ





                      เห็นมั้ยคะว่าการดูแลสุนัขก็ไม่ใช่เรื่องยากอะไร เราแค่ต้องใส่ใจมัน เพราะมันซื่อสัตย์กับเรา คอยอยู่กับเราเวลาเศร้า ทำให้เราหัวเราะได้ คอยรับฟังเรื่องที่อยากระบาย มันไม่เคยคิดที่จะทิ้งเราไม่ไหน มันสร้างความสุขกับเราอย่างมากมาย สำหรับบางคนที่อยากได้สุนัข ได้โปรดอย่ารักมันตอนที่มันเป็นเด็ก แล้วโตมาก็เอามันไปทิ้ง มันก็มีหัวใจของมันเหมือนกันนะคะ มันอาจจะนั่งคอยคุณอยู่ที่เดิมเพื่อรอคุณกลับมารับมันก็ได้...


                                           




********************************************************************************
WEEK 5 ครึ่งทางแล้วว   อันยองง ~~


CREDIT

           http://www.oknation.net/blog/JOMMAND221/2010/06/19/entry-1

           http://f.ptcdn.info/593/023/000/1411103224-1322638242-o.jpg
           
           http://1.bp.blogspot.com/-JobGr3-nwxk/UBM0xmRkEHI/AAAAAAAAJm0/hyyugMUz2H8/s1600/%E0%B8%AB%E0%B8%B4%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%99.jpg

             http://image.dek-d.com/25/2875298/108710293

             http://image.dogilike.com/shareimg/contentimg/nuna/24_05petcaregt_com.jpg

             http://image.dogilike.com/shareimg/contentimg/2014/tonvet/01/Vac08.jpg





วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2558

Week 4 โปรแกรมภาษาคอมพิวเตอร์





                  ถ้าพูดถึงคำว่า "ภาษา"  มนุษย์เราใช้ภาษาในการสื่อสารมาตั้งแต่สมัยโบราณ  การใช้ภาษาเป็นเรื่องที่มุษย์พยายามถ่ายทอดความคิดและความรู้สึกต่างๆ เพื่อโต้ตอบและสื่อความหมาย พอมีการใช้งานคอมพิวเตอร์ซึ่งเป็นเครื่องมืออิเล็กทรอนิกส์ให้ทำงานตามที่ต้องการ จึงต้องมีการกำหนดภาษา สำหรับใช้ติดต่อสั่งงานกับคอมพิวเตอร์ โดยภาษาคอมพิวเตอร์จะเป็นภาษาประดิษฐ์ที่มนุษย์เป็นคนสร้างขึ้นมา เป็นภาษาที่มีจุดมุ่งหมายเฉพาะ  ภาษาคอมพิวเตอร์มีอยู่หลายอย่าง แต่วันนี้เราจะมาพูดถึงภาษา C กันค่ะ

                บางคนอาจกำลังสงสัยว่า เอ๊ะ ภาษา C คืออะไร แล้วจะมีภาษา D E F G รึเปล่านะ เอาล่ะๆ ไปทำความรู้จักกับภาษา C กันเลยยยย...


ภาษา C คืออะไร?

       ภาษา C ( C Language ) เป็นภาษาคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับพัฒนา โปรแกรมทั่วไป ต่อมาถูกนำมาใช้ในระบบปฎิบัติการต่างๆ จนถูกใช้เป็นภาษาพื้นฐานของภาษาต่างๆ เช่น Java  , PHP  , C# , C++ เป็นต้น  ภาษา C เป็นภาษาเขียนโปรแกรมระบบเชิงคำสั่ง (หรือเชิงกระบวนงาน)  ออกแบบเพื่อใช้แปลด้วยตัวแปลโปรแกรม แบบการเชื่อมโยงที่ตรงไปตรงมา สามารถเข้าถึงหน่วยความจำในระดับล่าง ภาษา C แม้จะเป็นภาษาระดับสูง แต่ก็สามารถใช้เป็นภาษาเครื่องได้เป็นอย่างดี ถูกพัฒนาโดย เดนนิส ริสชี่

พอจะเข้าใจกันแล้วเนอะว่าภาษา Cคือ่อะไร แต่ก็ยังสงสัยกับคำว่า ภาษาระดับสูง อยู่ดี งั้นเราไปอ่านต่อกันดีกว่าค่ะ

ภาษาระดับสูง(High Level Language)

     ภาษาระดับสูงเป็นภาษาที่สร้างขึ้นเพื่ออำนวยความสะดวกในการเขียนโปรแกรม กล่าวคือลักษณะของคำสั่งจะประกอบด้วยคำต่างๆในภาษาอังกฤษ ซึ่งผู้อ่านสามารถเข้าใจได้ทันที 

ข้อดีของภาษา C 

        1.ใช้ได้บนเครื่องทุก Platform

        2.เป็นภาษาที่ง่าย แต่ไม่มีฟังก์ชั่นสำเร็จรูป หากผู้ใช้ต้องการทำอะไรก็ตาม ต้องเขียนทุกอย่างขึ้นเอง หรืออาจเรียกใช้ Library Functions


      เมื่อภาษา C ได้รับความนิยมมากขึ้น จึงมีผู้ผลิต compiler ภาษา C ออกมาแข่งขันกันมากมาย ใส่ลูกเล่นต่างๆ เพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อ ทาง American National Standard Institute(ANSI) จึงตั้งข้อกำหนดมาตรฐานของภาษา C ขึ้น  เรียกว่า ANSI C เพื่อคงมาตรฐานของภาษาไม่ให้เปลี่ยนแปลงไป


*********************************************************************************

WEEK 4 ผ่านไปได้ด้วยดี ติ่มซัม-0-


CREDIT 
 http://www.mindphp.com

htps://sites.google.com/site/programcomputer56/home/phasa-khxmphiwtexr

http://1.bp.blogspot.com/-tlO2_eaA7hA/UHJVOIB4GFI/AAAAAAAAAAg/Bl4myJTQoE8/s320/slide1%5B1%5D%5B1%5D.jpg

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%A9%E0%B8%B2%E0%B8%8B%E0%B8%B5